
“ธนาคารที่ดิน” ติดตามการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนในอ.ชัยบุรี และ อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ด้านตัวแทนเกษตรกรย้ำธนาคารที่ดิน เป็นความหวังของเกษตรกรและประชาชนผู้ยากจนคนไทย
นายกุลภัทร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เปิดเผยว่า ตามที่นโยบายรัฐบาล แถลงต่อรัฐสภา ในประเด็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความยากจนและส่งเสริมความเป็นธรรมในสังคม มุ่งเน้นให้ประชาชนมีที่ดินทำกิน มีที่อยู่อาศัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) นั้น
ผู้อำนวยการธนาคารที่ดิน จึงได้มอบหมายให้ นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร “ธนาคารที่ดิน” พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองประชาสัมพันธ์ฯ ลงพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้ใช้ประโยชน์และทำสัญญาเช่าซื้อที่ดิน ภายใต้โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน 2 พื้นที่ได้แก่ กลุ่มสหกรณ์การเกษตรสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ชุมชนน้ำแดงพัฒนา ม.9 ต.คลองน้อย อ.ชัยบุรี และวิสาหกิจชุมชนรวมพลังสร้างอาชีพวัดประดู่ ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง
นายธีรเนตร ไชยสุวรรณ ที่ปรึกษาและอดีตประธานกลุ่มสหกรณ์การเกษตรสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (ชุมชนน้ำแดงพัฒนา) และนางอัศณี รอดผล กรรมการสหกรณ์การเกษตรสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ชุมชนน้ำแดงพัฒนา
นายธีรเนตร ไชยสุวรรณ ที่ปรึกษาและอดีตประธานกลุ่มสหกรณ์การเกษตรสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (ชุมชนน้ำแดงพัฒนา) เปิดเผยว่า “ธนาคารที่ดิน” เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ด้วยการจัดซื้อที่ดินเนื้อที่ 69 ไร่เศษ ตั้งแต่ปี 2564 และให้สมาชิกฯ จำนวน 37 ครัวเรือน เข้ามาเช่าซื้อ และกำลังขยายผลในการให้ความช่วยเหลือประชาชนเพิ่มขึ้นในลำดับต่อไป
“พี่น้องเกษตรกรชุมชนน้ำแดงพัฒนา ได้ต่อสู้เรื่องที่ทำกินและที่อยู่อาศัยมากว่า 17 ปี เริ่มจากเข้ามาใช้ประโยชน์พื้นที่ถูกทิ้งร้าง จนเกิดคดีความเรื่องการอ้างสิทธิที่ดิน กระทั่งถูกขับไล่ผลักดันออกจากพื้นที่ ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่แสนยากลำบาก จนกระทั่ง ‘ธนาคารที่ดิน’ ได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา และสามารถยุติข้อพิพาทได้ ทำให้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน มีชีวิตความเป็นอยู่ปกติสุข และเกิดความมั่นคงมากขึ้น“นายธีรเนตร ระบุ
ขณะที่ นางอัศณี รอดผล กรรมการสหกรณ์การเกษตรสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ชุมชนน้ำแดงพัฒนา กล่าวเสริมว่า ”ธนาคารที่ดิน“ คอยติดตามและเข้ามาสนับสนุนชาวบ้านในด้านการฝึกอาชีพที่ชุมชนสนใจ พาไปอบรมดูงานศาสตร์พระราชา เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้เราเห็นทางออก ถ้าเรามีที่ดินที่อยู่อาศัย เราสามารถเอาความรู้ที่ได้ต่อยอดเรื่องอาชีพ สร้างรายได้ลดรายจ่าย จากความรู้ที่ได้ ทั้งเรื่องดิน ปุ๋ย การทำเกษตร เลี้ยงผึ้ง ทำเครื่องแกง ทำขนมไทย แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรได้หลายอย่าง เช่น กล้วยฉาบ กล้วยกวน เผือกฉาบ โรตีกรอบ ครองแครงกรอบ ขนมดอกจอก ถั่วแผ่น เป็นต้น ทำให้กลุ่มของเรามีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น พึ่งพาตนเองได้ อนาคตจะหาแหล่งทุนต่าง ๆ มาช่วยพัฒนาต่อยอดเป็นวิสาหกิจฯ ที่มีรายได้มากขึ้น และเป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นก็จะดูงานได้ด้วย ที่สำคัญเรามีที่ดิน สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้มั่นคงถาวรได้
นางพูนสุข แก้วสกุล สมาชิกวิสาหกิจชุมชนรวมพลังสร้างอาชีพวัดประดู่ และนายประสาน อาวุธ สมาชิกวิสาหกิจชุมชนรวมพลังสร้างอาชีพวัดประดู่